แบบฝึกหัด คอมพิวเตอร์โปรแกรมมิ่งและวิวัฒนาการของภาษาคอมพิวเตอร์

เรื่อง หลักการพื้นฐานทางคอมพิวเตอร์

  
ข้อชี้แจงดังนี้
1) มีข้อสอบจำนวน 10 ข้อ
2) เป็นแบบเลือกตอบ A, B, C, D
3) เวลาในการทำแบบทดสอบทั้งหมด 10 นาที

คอมพิวเตอร์โปรแกรมมิ่งและวิวัฒนาการของภาษาคอมพิวเตอร์

คอมพิวเตอร์โปรแกรมมิ่งและวิวัฒนาการของภาษาคอมพิวเตอร์ (Programming Languages)
ภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้สำหรับในการพัฒนาโปรแกรม โดยโปรแกรมเมอร์จะเป็นผู้ที่พัฒนาโปรแกรมด้านการเขียนชุดคำสั่งเพื่อสั่งให้คอมพิวเตอร์ประมวลผล ภาษาคอมพิวเตอร์ในแต่ละยุคประกอบด้วย 5 ยุคดังนี้
1. ภาษาเครื่อง ( Machine Languages) เป็นภาษาคอมพิวเตอร์ในยุคที่ 1 ใช้รหัสเลขฐานสอง (Binary Code) เป็นตัวสั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงาน ตัวอย่างภาษาเครื่อง (Use binary coded instructions) 1010 11001
2. ภาษาแอสแซมบลี (Assembly Languages)ภาษาคอมพิวเตอร์ในยุคที่ 2 เป็นภาษาแอสเซมบลีช่วยลดความยุ่งยากลงในเขียนโปรแกรมเพื่อติดต่อกับคอมพิวเตอร์ แต่จำเป็นต้องใช้ตัวแปลภาษาที่เรียกว่า แอสเซมเบลอร์(Assembler) เพื่อแปลชุดภาษาแอสเซมบลีให้เป็นภาษาเครื่อง ตัวอย่างภาษาแอสเซมบลี (Use symbolic coded instructions) LOD Y ADD Z STR X
3. ภาษาระดับสูง (High-Level Languages) ภาษาคอมพิวเตอร์ในยุคที่ 3 เริ่มมีการใช้ชุดคำสั่งที่เรียกว่า Statement มีลักษณะเป็นประโยคภาษาอังกฤษ เนื่องจากภาษาระดับสูงใกล้เคียงกับภาษามนุษย์ ตัวแปลภาษาระดับสูงเพื่อให้เป็นภาษาเครื่องมีอยู่ 2 ชนิดด้วยกัน คือ คอมไฟเลอร์ (Compiler) และ อินเตอร์พรีทเตอร์ (Interpreter )ตัวอย่างภาษาระดับสูง เช่น ภาษาเบสิก (Basic) ภาษาปาสคาล (Pascal)เป็นต้น ตัวอย่างภาษาระดับสูง (Use brief statement or arithmetic notations) X = Y+Z
4. ภาษายุคที่ 4 (Fourth-Generation Languages : 4GL) ภาษายุคที่ 4 เป็นภาษาที่ไม่ต้องกำหนดขั้นตอนการทำงาน (Non-Procedural) เพียงแต่สั่งให้ว่าต้องการข้อมูลอะไรก็สามารถแสดงผลลัพธ์ได้ตามต้องการ ตัวอย่างภาษายุคที่ 4 เช่นชุคดำสั่งภาษา SQL (Structure Query Language)ตัวอย่างภาษายุคที่ 4 (Use natural and nonprocedural statements) SUM THE FOLLOWING NUMBERS
5. ภาษาเชิงวัตถุ (Object-Oriented Languages)ภาษายุคที่ 5 ที่เรียกว่าการเขียนโปรแกรมแนว OOP (Object-Oriented Programming) ที่มองทุกสิ่งเป็นวัตถุ (Object) โดยวัตถุจะประกอบด้วยข้อมูล (Data) และวิธีการ (Method )และจะมีคลาส(Class) เป็นตัวกำหนดคุณสมบัติของวัตถุ รวมทั้งความสามารถในการถ่ายทอดคุณสมบัติ(Inheritance) การปิดซ่อนข้อมูล(Encapsulation) และการนำกลับมาใช้ใหม่(Reusability) ภาษาเชิงวัตถุ สามารถนำมาพัฒนาระบบงานที่มีความซับซ้อนได้เป็นอย่างดี ตัวอย่างภาษาเชิงวัตถุ เช่น Visual Basic, C++ และJAVA เป็นต้น
ขั้นตอนการเขียนโปรแกรม
ในการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โปรแกรมเมอร์ควรปฏิบัติตามขั้นตอนพื้นฐานต่อไปนี้ ซึ่งประกอบด้วย
1. การกำหนดปัญหา (Defines the problem) คือ โปรแกรมเมอร์จะต้องกำหนดว่าสิ่งที่ต้องการคืออะไร
2. การพัฒนาอัลกอริทึมเพื่อแก้ปัญหา (Develops the algorithm for solution) อัลกอริทึมในที่นี้หมายถึงสูตรทางคณิตศาสตร์ที่ใช้สำหรับในการแก้ปัญญา
3. การออกแบบโปรแกรม (Designs the program) การวางแผนการเขียนโปรแกรม ด้วยการออกแบบให้มีเวลาการประมวลผล คือผังงาน(Flowchart)
4. การเขียนโปรแกรม (Codes the programming statements) การลงมือเขียนโปรแกรมด้วยภาษาคอมพิวเตอร์
5. การคอมไพล์โปรแกรม (Compiles the program) การแปล(Translated) เป็นภาษาเครื่องที่คอมพิวเตอร์เข้าใจ
6. การแก้ไขโปรแกรม (Debugs the program) การทดสอบโปรแกรมซึ่งหากเกิดข้อผิดพลาดก็ต้องดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง
7. การจัดทำเอกสารประกอบโปรแกรม (Documents the program)เอกสารประกอบโปรแกรมจะช่วยอธิบายถึงจุดประสงค์ของโปรแกรม